บท 2 “หน่วยที่1และหน่วยที่2” [สำนักนักดาบ ระเบียงทางเดิน] มาโดกะ: น่าจะเดินจนทั่วสำนักงานแล้วล่ะ เฮ้อ เหนื่อยจัง มันค่อนข้างกว้างและมีหลายอย่างแต่อยู่ไปซัก 2-3 วันเดี๋ยวก็จำได้เองล่ะ แค่นี้คงพอแล้ว โมมิจิ: อืม ที่เหลือเดี๋ยวชั้นเดินดูเอง มาโดกะ: อืม แล้วก็ ประตูใหญ่ที่อยู่ตรงสุดเขตแดนตรงนั้น ไม่ต้องพาไปก็ได้ใช่ไหม โมมิจิ: ถ้าหมายถึงประตูโทริอิสีแดงที่เชื่อมกับโลกมนุษย์ล่ะก็ไม่ต้อง ตอนมาที่นี่เดินผ่านมาแล้ว มาโดกะ: จะว่าไปนายมาจากประตูนั้นจนถึงห้องรับแขกยังไงเหรอ? หาทางเองได้นี่ก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย โมมิจิ: ตรงหน้าประตูมีชิคิกามิอยู่ตัวนึง นำทางมาที่นี่ มาโดกะ: จริงด้วยสินะ สงสัยเคยวางตัวนึงไว้สำหรับนำทางเมื่อนานมาแล้ว? โมมิจิ: แต่พอมาถึงห้องรับแขกก็กลายเป็นชิคิกามิหน้าที่ยามกันคนไปซะได้… มาโดกะ: ฮ่าๆ ที่เมื่อกี้นายโดนชิคิกามิกระโดดใส่สินะ ตลกสุดๆเลย โมมิจิ: ทำไมชิคิกามิถึงทำร้ายคนล่ะ จากที่ฟังมาตอนเทรนนิ่ง มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ควบคุมได้และเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่โต้แย้ง มาโดกะ: มันเชื่อฟังนะ ก็หน้าที่ของมันคือนำทางมายังห้องรับแขก ถ้าคนที่ควรจะอยู่ที่ห้องรับแขกพยายามออกไปที่อื่นมันก็เลยพยายามจะหยุดยังไงล่ะ โมมิจิ: เข้าใจแล้ว… สรุปว่ามันไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่สินะ มาโดกะ: มันเข้าใจแต่คำวั่งที่ง่ายและเบสิคน่ะ แต่มันไม่เหนื่อยแถมตั้งใจทำงานด้วย มีประโยชน์มากเลยล่ะ ถ้าเราสอนกฏให้มันContinue reading “Ayakashi mangekyo karatogaokuri C.2”
Author Archives: macaromin
Ayakashi Mangekyo Karatogaokuri C.1
บท 1 “การมาถึงของนักดาบคนใหม่” “มือเล็กจัง… เหมือนใบเมเปิ้ล(โมมิจิ)เลย” เสียงที่คิดถึง ที่เคยได้ยินที่ไหนซักแห่ง เมื่อนานมาแล้ว ความรู้สึกนั้นคั่งค้างอยู่ในใจเรื่อยมา เหมือนสีแดงสดของใบไม้ ตั้งแต่วันนั้น ผมก็หาบางอย่างตลอดมา สิ่งสำคัญ…ที่ทำหายไป สิ่งนั้นคืออะไร เสียงนั้นเป็นเสียงของใคร ทั้งหมดเป็นแค่ความฝันในวัยเด็กของผมหรือเปล่า ผมยังนึกอะไรไม่ออกเลย— [ห้องรับแขก สำนักนักดาบ] โมมิจิถูกชิคิกามิ (ภูติน้อยที่ทำจากกระดาษ) ผลักจนล้มลงไปที่พื้นหลังจากพยายามจะออกจากห้อง ชิคิกามิกดอยู่ที่ท้องของโมมิจิ โมมิจิพยายามขอให้ขยับออกไป “ทำไมถึงต้องขึ้นมาอยู่บนท้องด้วย ลงไปเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ได้ชอบนอนเล่นที่พื้นเพื่อชื่นชมเพดานหรอกนะ” “มนุษย์ที่เป็นคนดูแลอยู่ที่ไหน? นี่ก็รอมาพักใหญ่แล้วยังไม่มีใครออกมารับซักคน” หลังจากนั้นประตูก็เปิด คาซาเนะเดินเข้ามา คาซาเนะ: อ้ะ ไปนอนเล่นอยู่บนพื้นแบบนั้น เล่นอะไรกับชิคิกามิอยู่ล่ะ คาซาเนะ: แถมจะชักดาบออกมาด้วย ใบหน้าสวยๆ แบบนั้น อันตรายเหมือนกันนะเนี่ย โมมิจิ: มีคนอยู่ด้วย ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คาซาเนะ: เพิ่งเข้ามาตะกี้เอง แต่นายคงมัวแต่เล่นกับชิคิกามิเลยไม่ได้สังเกต โมมิจิ: …มันเป็นสถานการณ์ที่ช่วยไม่ได้จริงๆครับ ก็พยายามจะรอในห้องรับแขกแล้วแต่ไม่มีใครมาเลย คาซาเนะ: อ๋อ พอนายพยายามจะออกไปที่ระเบียงก็กลายเป็นอย่างที่เห็นสินะ ช่วยจับไม่ให้บุคคลน่าสงสัยหนีไปได้ด้วย ชิคิกามิของพวกเรานี่เก่งจริงๆ โมมิจิ:Continue reading “Ayakashi Mangekyo Karatogaokuri C.1”
Spoon 2Di Vol.44 Masuda Toshiki interview
・หลังจากรับรู้ถึง “เส่นห์ดึงดูด” อันเป็นพรสวรรค์ของริคุในฐานะไอดอลแล้ว อิโอริที่รู้ว่าพรสวรรค์นั้นเป็นดาบสองคมได้พยายามจะควบคุมมัน โดยแลกคำสัญญากับริคุว่า “จะไม่มีวันทิ้งกันไปไหน” มาสุดะซังมองเห็นซีนนี้เป็นอย่างไร Masuda: ผมว่ามันเป็นซีนที่ทำให้ได้เห็น เสี้ยวนึงของของอิโอริที่ต้องการจะครอบครองริคุแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่อิโอริเองก็เป็นหนึ่งในคนที่โดน “เส่นห์ดึงดูด” ของริคุ ไปโดยไม่รู้ตัว ประมาณนั้นครับ อิโอริมีความมุ่งมั่นในแบบของเขาว่า “จะไม่มีวันทิ้งริคุให้อยู่คนเดียว” ผมแสดงซีนนี้โดยคิดถึงความรู้สึกนี้ของอิโอริครับ ・ยามาโตะกับมิตสึกิทะเลาะกัน จนมิตสึกิต้องออกจากหอไป ซึ่งอิโอริก็ตามไปด้วย เป็นซีนที่แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของพี่น้อง มาสุดะซังมองเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นอย่างไรในตอนนี้ Masuda: จริงๆ ให้เทียบกับก่อนหน้า ความสัมพันธ์ของทั้ง2คนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนะครับ แต่การมีสังคมใหม่อย่าง IDOLiSH7 เพิ่มขึ้นมา ผมว่ามันทำให้ทั้งคู่มีโอกาสได้สัมผัสตัวตนของซึ่งกันและกันในฐานะบุคคลคนหนึ่ง โดยไม่ใช่ในฐานะพี่น้อง ผมว่ามันทำให้ทั้งคู่ได้เห็นอีกด้านที่ไม่เคยรู้จักของกันและกัน และทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้งขึ้นครับ ・สำหรับ Story Part 3 ที่ผ่านมาซีนไหนที่ประทับใจที่สุด หรือซีนไหนที่ชอบที่สุด พร้อมเหตุผล Masuda: ผมว่าการเปิดตัวของสึคุโมะ เรียว เป็นอะไรที่มีอิมแพคค่อนข้างมากเลยครับ เขาเป็นคนที่พยายามจะพูดด้วยแล้วก็สื่อสารไม่ได้ คุยไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหมล่ะครับ ยิ่งซีนที่คุยกับโมโมะ มันหดหู่ยังไงไม่รู้ครับ ตอนที่ผมอ่านสคริปท์ผมจำได้ว่ารู้สึกถึงความหงุดหงิดกับความกลัวครับ ・เพลง Nanatsuiro REALIZE ซึ่งถูกเปิดตัวในงาน MOPContinue reading “Spoon 2Di Vol.44 Masuda Toshiki interview”
Spoon 2Di Vol.44 Cover Special IDOLiSH7 Interview trans
・สำหรับปกนี้เป็นสไตล์แบบเท่ๆ หน่อย หลังจากได้ดูภาพปกแล้วคิดอย่างไรบ้างครับ ริคุ: พูดเองมันก็แอบกระดากนิดนึงนะครับแต่ผมว่าครั้งนี้เราดูเท่แบบต่างออกไปจากทุกครั้งครับ! ตอนดูรูปที่ถ่ายเสร็จกับมิตสึกิก็ยังคุยกันอยู่เลยว่า พวกเรานี่ดูสมาร์ทใช้ได้เลยนะเนี่ย! ยามาโตะ: ใช่ พวกนายตื่นเต้นกันใหญ่เลยนะ ทามากิ: เนอะ~ หัวเราะคิกคักกันใหญ่เลย โซโกะ: พอเห็นทั้งสองคนดีใจแบบนั้นแล้ว ทางนี้ก็พลอยมีความสุขไปด้วย เนอะ อิโอริคุง อิโอริ: ทำไมโยนมาทางผมครับ…. มิตสึกิ: ส่วนใหญ่น่ะคนจะต้องการให้ชั้นกับริคุแสดงความสดใสออกมา พอได้มาถ่ายแบบนี้เลยตื่นเต้นเกินไปหน่อย !จริงๆ การที่อิมเมจของเราสองคนคือความสดใสมันก็ทำให้ชั้นดีใจนะ แต่บางครั้งก็อยากจะโชว์ด้านเท่ๆ ของตัวเองบ้างตามประสาผู้ชายน่ะนะ ริคุ:ใช่ๆ!!! บางทีก็อยากโชว์ความเท่ของตัวเองตามประสาผู้ชาย! นากิ: จู่ๆ ก็ตื่นเต้นกันดูเหมือนจะเป็น MATSURI ผมก็แอบตื่นเต้นไปด้วย แต่ท่าทางของมิตสึกิกับริคุตอนบอกว่า”บางทีก็อยากโชว์ความเท่ของตัวเอง!” เนี่ย มันคิ้วท์มากจริงๆ เลยครับ ผมจะเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจเงียบๆ ครับ ริคุ: นากิ อันนี้คือไม่ได้เก็บไว้นะ มิตสึกิ: นั่นสิ ไม่ได้เก็บอะไรไว้ซักหน่อย นากิ: OH! เสียงของหัวใจมันเล็ดรอดออกมาครับ ทามากิ: โอ้ะ เพิ่งเคยเห็นนากิจจิทำหน้าแบบนี้*เป็นครั้งแรกแฮะ (หัวเราะ) *ตรงนี้ทามะใช้คำว่าてへぺろแปลว่ายิ้มแก้เขินเวลาทำอะไรพลาด+ยิ้มแก้เขินเวลาโกหกแล้วความแตกค่ะ ยามาโตะ:Continue reading “Spoon 2Di Vol.44 Cover Special IDOLiSH7 Interview trans”
Hominis.media Ono Kensho interview trans
source: https://hominis.media/category/voiceActor/post4813/?page=2 ・ ความรู้สึกหลังจาก 2nd LIVE「REUNION」จบไปเป็นอย่างไรบ้าง Ono: หลังจากไลฟ์ครั้งแรกจบไป ผมก็มีความรู้สึกว่า อยากจัดไลฟ์ครั้งที่2 ผมตั้งหน้าตั้งตารอวันคอนมาตลอดทั้งปี พอมันจบลงรู้สึกว่า “สิ่งที่ตั้งหน้าตั้งตารอเนี่ย มันจบลงไปอย่างรวดเร็วจนน่าเสียดาย” แต่ผมก็รู้สึกว่าตัวเองสนุกกับไลฟ์ครั้งนี้ได้เต็มที่แบบไม่มีกั๊กเลย สำหรับ IDOLiSH7 จริงๆ เราไม่ได้มีเพลงใหม่เยอะนักเทียบกับไลฟ์คราวที่แล้ว ดังนั้นไลฟ์ครั้งที่ 2 นี้จุดที่เราพาวเวอร์อัพกันขึ้นมาก็คือ การแสดงเพลงต่างๆ และโชว์ที่ต่างออกไป ถ้าหากแฟนๆ รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ผมก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จนะ สำหรับไลฟ์ครั้งนี้ ทั้งการมีเซนเตอร์สเตจ การมีวงใหม่อย่าง ŹOOĻ เข้ามา หรือการที่ TRIGGER มีการเล่นเพลงให้แมตช์กับเนื้อเรื่องในตอนนั้น มันเป็นสิ่งใหม่ที่เราได้ลองทำกันและผมว่ามันทำให้ไลฟ์ของเราครั้งนี้ควรค่าที่จะดูจริงๆ ครับ ・ วิวของแฟนๆ ที่มาดูมองจากสเตจลงมาเป็นอย่างไร Ono: เพราะเวทีเป็นแบบ 360 องศา เวลาอยู่ที่เซนเตอร์สเตจ มีแฟนๆ อยู่ทั่วทุกที่ เอาจริงๆ มีโมเม้นท์ที่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมองตรงไหนดีอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) แต่การที่ผมได้เห็นสีหน้าของแฟนๆ ใกล้ๆ และความรู้สึกสนุกสนานที่สื่อผ่านออกมาทางการโบกแท่งไฟเป็นจังหวะต่างๆ การที่ผมได้เห็นทุกคนสนุกไปกับเราอย่างเต็มที่ทั่วทุกทิศทาง 360 องศา โดยที่ผมยืนอยู่ตรงกลางของทั้งหมดนั่น มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆContinue reading “Hominis.media Ono Kensho interview trans”
Hominis.media Masuda Toshiki interview trans
source: https://hominis.media/category/voiceActor/post4813/ ・ ความรู้สึกหลังจาก 2nd LIVE「REUNION」จบไปเป็นอย่างไรบ้าง Masuda: IDOLiSH7、TRIGGER、Re:vale、ŹOOĻ แต่ละวงได้แสดงความเป็นตัวเอง และเรื่องราวต่างๆ ทั้งการปะทะกัน การร่วมมือกัน ผมว่ามันเป็นไลฟ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น IDOLiSH7 ต่อจากนี้ไปครับ ・ วิวของแฟนๆ ที่มาดูมองจากสเตจลงมาเป็นอย่างไร Masuda: เพราะเป็นเวทีแบบ 360 องศาทำให้มองไปทางไหนก็เห็นแต่แฟนๆ เต็มไปหมด เป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้พบเจอกันบ่อยๆ จริงๆ ครับ ผมตื่นเต้นและกังวล แต่พอได้เห็นแฟนๆ ทุกคนที่กำลังสนุกสนานและยิ้มแย้มก็ทำให้ผมรู้สึกว่า “ได้กลับมาที่นี่จริงๆแล้วนะ” ・ หลังจากไลฟ์แรก ได้ค้นพบเสน่ห์หรือจุดที่น่าสนใจของตัวละครเพิ่มตรงไหนบ้าง Masuda: อาชีพไอดอล โลกของไอดอล ตัวตนและการมีอยู่ของไอดอล เค้าค่อยๆ ทำความเข้าใจมันทีละอย่างในแบบของเค้าเอง และมันก็ทำให้เค้าเติบโตขึ้นและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ผมว่านี่คือเสน่ห์ของเค้านะ ・ ช่วยบอกจุดที่เป็นไฮไลท์ของไลฟ์ครั้งนี้หน่อย Masuda: สำหรับแฟนๆ ที่ไม่ได้มาดูคอนเสิร์ต ก็จะได้ดูจากบันทึกการแสดงสดแทน ซึ่งมันก็จะมีมุมมองของกล้องที่ต่อให้ดูสดก็จะไม่ได้เห็นมุมแบบนี้ เพราะงั้นผมจะดีใจมากเลยถ้าทุกคนดูบันทึกการแสดงสด ใช้เวลากับมันแล้วก็สนุกกับมันในทุกๆ ส่วนอย่างเต็มที่ครับ ・ ถ้าให้เลือกแนะนำเพลงใดแค่เพลงหนึ่งของไลฟ์นี้เลือกเพลงอะไร และเพราะอะไร Masuda: 『RESTART POiNTER』 ครับContinue reading “Hominis.media Masuda Toshiki interview trans”
Hominis.media Abe Atsushi interview trans
Source: https://hominis.media/category/voiceActor/post4812/?page=2 ・ความรู้สึกหลังจาก 2nd LIVE「REUNION」จบไปเป็นอย่างไรบ้าง ABE: เอาจริงๆ ก็คือผมรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งครับ เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ เลยครับ ・วิวของแฟนๆ ที่มาดูมองจากสเตจลงมาเป็นอย่างไร ABE: ไลฟ์ครั้งนี้เซนเตอร์สเตจเป็นแบบ 360 องศา เห็น”เมเนเจอร์”ซังทุกคนชัดเจน เป็นกำลังใจให้ผมได้มากเลยครับ ・หลังจากไลฟ์แรก ได้ค้นพบเสน่ห์หรือจุดที่น่าสนใจของตัวละครเพิ่มตรงไหนบ้าง ABE: คาแรคเตอร์ของผมเนี่ย ภายนอกเนี่ยดูเป็นเด็กที่ไม่น่าจะคาดเดาได้ยาก แต่ในความจริงเป็นคนที่มีแต่เรื่องน่าแปลกใจที่สุดแล้วครับ (หัวเราะ) เขาเป็นเด็กที่มี potential ที่จะเติบโตได้เยอะมากครับ หลังจากนี้ก็หวังว่าเขาจะมีโอกาสได้เรียนรู้และลองสิ่งต่างๆ มากขึ้นครับ ・ช่วยบอกจุดที่เป็นไฮไลท์ของไลฟ์ครั้งนี้หน่อย ABE: ส่วนตัวผมชอบตอนเพลง 『RESTART POiNTER』ที่เวทีกลายเป็นบันไดครับ แต่จริงๆ ก็มีอีกหลายจุดที่ชอบนะครับ เลือกยากครับ (หัวเราะ) ・ถ้าให้เลือกแนะนำเพลงใดแค่เพลงหนึ่งของไลฟ์นี้เลือกเพลงอะไร และเพราะอะไร ABE: 『Poisonous Gangster』ของŹOOĻ ครับ สำหรับวงซูลในตอนแรกพวกเขาไม่ได้อยู่ในจุดยืนที่ดีนัก การที่จะปรากฏตัวในเพลงแรกของพวกเขาด้วยพลังที่ท่วมท้นแบบนั้นได้มันเท่มากๆ เลยครับ ・ช่วยเล่าถึงช่วงเวลาในการซ้อมที่ประทับใจ หรือจำไม่ลืม ในระหว่างการซ้อมสำหรับไลฟ์ครั้งนี้หน่อย ABE: ตอนซ้อมเต้นมีช่วงที่ผมซ้อมกับนิชิยาม่าคุง (คนพากย์มินามิ) ด้วยContinue reading “Hominis.media Abe Atsushi interview trans”
Hominis.media KENN interview trans
Source: https://hominis.media/category/voiceActor/post4812/ ・ ความรู้สึกหลังจาก 2nd LIVE「REUNION」จบไปเป็นอย่างไรบ้าง KENN:ปีนี้ก็รู้สึกว่าไลฟ์นั้นจบไปในพริบตาเดียวเลยจริงๆ นะครับ ช่วงเวลาที่ได้ซ้อมก่อนวันจริงกับทุกๆ คนทำให้ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเราแน่นแฟ้นขึ้นเยอะ มีหลายอย่างที่ผมเคยได้สัมผัสใน 1st LIVE『Road To Infinity』แล้ว แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่เพิ่งได้สัมผัสกับไลฟ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก มันผสมปนเปกัน เลยกลายเป็นความรู้สึกใหม่ๆ มันเป็นความรู้สึกที่น่าทึ่งมากเลยครับ ครั้งนี้มี ŹOOĻ เข้ามาร่วมด้วย การแสดงและการจัดเวทีต่างๆ ก็เปลี่ยนไปจากครั้งที่แล้ว หวังว่าทุกคนที่สนุกกับไลฟ์แรกจะสนุกกับไลฟ์นี้ได้เช่นกันครับ ・ วิวของแฟนๆ ที่มาดูมองจากสเตจลงมาเป็นอย่างไร KENN:เป็นอะไรที่สวยเหนือจินตนาการครับ เวลาที่แสดงผมคิดถึงทั้งทุกๆ คนที่ผมมองเห็นอยู่ตรงหน้า และแฟนๆ ที่ดูผ่านlive viewing มันเป็นความรู้สึกที่เปี่ยมล้นมากๆ เลยนะ แล้วผมก็ชอบภาพในมอนิเตอร์ของเพลง 『MONSTER GENERATiON』เอามากๆ ด้วย ・ หลังจากไลฟ์แรก ได้ค้นพบเส่นห์หรือจุดที่น่าสนใจของตัวละครเพิ่มตรงไหนบ้าง KENN:เพราะช่วงเวลาในการอัดเสียงแผ่นซีดี เกม อนิเม รวมไปถึงไลฟ์นั้นต่างกัน เลยรู้สึกเหมือนกำลังท่องเวลาอยู่เลยครับ เพราะแต่ละอย่างก็อยู่ในคนละช่วงสตอรี่ สำหรับผมในงานแต่ละแบบผมก็จะมีวิธีดึงoutputออกมาแบบแตกต่างกันออกไป ผมสนุกกับการลองผิดลองถูกกับมันมากๆ และยิ่งทำเท่าไหร่ ภาพของทามากิในหัวผมก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น หนึ่งในงานที่ผมจำได้เป็นอย่างดีคือการได้ทดลองจัดรายการวิทยุของทามากิ มันเป็นอะไรที่ปกติไม่ค่อยได้ทำเลยครับContinue reading “Hominis.media KENN interview trans”
IDOLiSH7 Dusk Till Dawn Thai trans (synopsis)
[17:00] แฮนซั่มและพาทิชิเอ้กำลังมุ่งสู่รพcentralโดยมีชูการ์ค่อยไกด์ผ่านทางวิทยุ ชูการ์บอกว่าทางที่ใกล้ที่สุดคือวิ่งตรงไปแต่พาทิชิเอ้บอกว่ามี”ไอ้นั่น”เต็มทางเลยจะไปได้ไง ชูการ์บอกว่ามีอีกทางคือมุดท่อระบายน้ำจะไปไหมเหม็นนะ ระหว่างที่เถียงกันอยู่แฮมซั่มเห็นปชชกำลังถูกทำร้าย [17:30] โซมัสกำลังตื่นเต้นดีใจ กระโดดลงมาสู้กับซอมบี้จากบนรถในขณะที่ยามาสันขว้างหินสู้ กลุ่มI.DOLเข้ามาช่วยปชชทั้ง2ไว้ก่อนจะว.หาชูการ์ให้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วย โซมัสตื่นเต้นกับซอมบี้มากจนยามาสันรำพึงในใจว่า ไอ้นี่มันไม่ปกติแน่ๆ [18:00] หลังจากโดนโจมตีอีกครั้งยามาสันเริ่มแพนิค ส่วนโซมัสตื่นเต้นมากๆเอาแต่ถามว่าใช่ซอมบี้จริงๆ ใช่ไหมเพราะเห็นคนโดนทำร้ายเปลี่ยนเป็นซอมบี้ แฮมซั่มบอกว่าเป็นความลับระดับสูงบอกไม่ได้ ยามาสันเลยแพนิคแตกกว่าเดิม ระหว่างนั้นชูการ์วิทยุมาบอกว่าติดต่อเฮลิให้มาช่วยไม่ได้เลย ชูการ์บอกว่าติดต่อหน่วยอื่นก็ไม่มีใครตอบ สถานการณ์อันตรายมากแล้ว แฮมซั่มหัวหน้าหน่วยจึงไม่มีทางเลือกต้องเอายามาสันกับโซมัสไปรพ.ด้วย หวังว่าจะมีหน่วยกู้ภัยรออยู่ข้างหน้า โซมัสบอกว่ามีเพื่อนสนิทอยู่ที่รพ.คนนึงตอนนี้จะปลอดภัยอยู่ไหม มิกตอบว่าไม่รู้จนกว่าจะไปถึง แฮนซั่มสั่งให้มิกอธิบายสถานการณ์ให้ทั้ง2คนฟัง มิกบอกว่าซอมบี้ที่เห็นถูกเรียกว่า Gazard เป็นคนที่โดนไวรัสซึ่งติดได้ทางเลือดและน้ำลาย ถ้าโดนกัดหรือจับก็จะติดไวรัสได้ ถ้าติดแล้วจะออกอาการภายในครึ่งวัน หลังจากได้ฟังโซมัสตื่นเต้นกว่าเดิมและบอกว่าเหมือนในหนังเลย!! หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแฮนซั่มถามโซมัสว่าเป็นนร.ใช่ไหม เคยถือปืนไหม โซมัสบอกว่าเคยใช้ครั้งนึงตอนไปยิงเป้าซ้อม แฮนซั่มก็เลยให้ปืนโซมัสไปใช้ ส่วนยามาสันแฮนซั่มยื่นมีดสั้นให้ บอกว่าให้ใช้แค่ฉุกเฉินและป้องกันตัวเท่านั้น [18:30] อิโอกับริคเตอร์ติดอยู่ที่รพ.แต่ยังปลอดภัยเพราะรั้วยังพอกันไว้ได้ ริคเตอร์ชมอิโอที่ยิงธนูได้แม่น อิโอบอกว่าซอมบี้ขยับช้าให้เล็งขาเพราะเป็นจุดอ่อน หลบอยู่ซักพักเสียงดังรอบๆก็หายไปอิโอเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คปรากฏว่าเมืองแพนิคกันหมดแล้วทำให้อิโอเป็นห่วงโซมัส ริคเตอร์ถามว่าโซมัสเป็นใคร อิโอบอกว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่แยกกันเมื่อกี้เพราะอิโอมีธุระที่รพ. ริคเตอร์ถามต่ออีกว่าโซมัสเป็นคนยังไง และขอโทษที่ถามเยอะเพราะตัวเองเป็นคนไม่มีเพื่อนเลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง อิโอบอกว่าโซมัสเป็นคนที่พอคิดจะทำอะไรแล้วจะสนใจแต่สิ่งนั้น ไม่สนใจอย่างอื่น ตอนนี้โซมัสคงกำลังบอกว่า”เหมือนในหนังเลย!”อยู่แน่ๆ อิโอถามริคเตอร์กลับว่ามาทำอะไรที่นี่ ริคเตอร์บอกว่าได้จดหมายจากคุณหมอ2คนที่เคยดูแลเค้าตอนเด็กๆ เขียนว่า”Oct 30 16:00 มาที่รพ.แล้วจะบอกค.จริงให้ฟัง”Continue reading “IDOLiSH7 Dusk Till Dawn Thai trans (synopsis)”